|
เหตุการณ์นำ้ท่วมที่พวกเราเจอกันในตอนนี้ ทำให้เราได้มาคิดกันมากขึ้นนะครับว่าชีวิตเรานั้นจริงๆแล้ว เราดำเนินชีวิตกันอย่างไร และยึดติดอะไรกันบ้าง หลายๆคนจะต้องเจอกับปัญหาของการที่ ผู้ใหญ่ในบ้านไม่ยอมออกจากบ้าน เพราะห่วงบ้าน หลายๆคนต้องเจอกับภาวะที่ขนของออกไม่ทัน หลายๆคนต้องสูญเสียทรัพย์สินมากมายที่สร้างมาเกือบทั้งชีวิต สิ่งเหล่านี้แทบเลี่ยงไม่ได้เลย แต่สิ่งที่เราสามารถจัดการได้ก็คือ เราจะเผชิญหน้ากับสิ่งเหล่านั้นอย่างไร คนส่วนใหญ่เครียด โศกเศร้ากับสิ่งที่เกิดขึ้น บางคนโทษสิ่งโน้น คนนี้ แต่ผลก็คือล้วนแต่ส่งผลให้ความเศร้าโศกนั้นเพิ่มมากขึ้น และก็เครียด บางคนถึงขึ้นต้องล้มป่วย ซึ่งเป็นผลเสียด้วยกันทั้งนั้น มีบางท่านที่เข้าใจ และเผชิญหน้ากับสิ่งเหล่านั้น ด้วยจิตที่ไม่เศร้าโศก สามารถปรับจิตใจให้เข้ากับสถานการณ์ เข้ากับสภาพปัจจุบันที่เกิดขึ้น ท่านเหล่านั้นก็จะสามารถยืนอยู่กับสิ่งที่เกิดขึ้นได้ง่ายกว่าท่านอื่นๆ ถ้าเรามองลึกลงไปเราจะเห็นได้ว่า สิ่งที่เราเห็นเป็นเหตุมาจาก ความยึดติด กับสิ่งต่างๆรอบๆตัวเรา เราทุกคนพยายามอยากมากที่จะไขว้คว้า สิ่งต่างๆ ทรัพย์สิน เงินทอง คนรัก ครอบครัว พี่น้อง พ่อแม่ ถ้าเราละความยึดติดเหล่านั้นได้ เราก็จะสามารถหลุดพ้นจากจิตที่เศร้าโศกได้ง่ายขึ้น ถ้าเรามองลึกลงไปอีกชั้นจะเห็นว่าสิ่งเหล่านี้ล้วนมาจากการสะสมความเคยชิน จนเป็นธรรมชาติของเรา จากผลการวิจัยบอกว่า คนเราใช้เวลา 10,000 ชั่วโมง ที่จะเป็นผู้เขี่ยวชาญด้านใดด้านหนึ่ง ซึ่งเปรียบเทียบได้เท่ากับ 10 ปี ซึ่งเราได้เกิดมาแล้วไม่รู้กี่ชาติอยู่มาไม่รู้กี่ร้อย กี่พันปี ดังนั้นเราเองถือว่าเป็นยิ่งกว่าผู้เชียวชาญด้านการยึดติด ถ้าเรามองลึกลงไปอีก ความเศร้าโศก ความยึดติด ความเคยชิน ความเชี่ยวชาญ นั้นล้วนมาจากความไม่รู้ หรือที่เราเรียกว่า โมหะ นั่นเอง ความไม่รู้ว่า ธรรมชาติจริงๆแล้วเป็นอย่างไร คนเราเกิดมาจากอะไร อะไรคือบุญ อะไรคือบาป อะไรคือการหลุดพ้น อะไรคือสิ่งที่เราต้องไขว่คว้ากันจริงๆ ซึ่งคำตอบเหล่านี้อยู่ในคำสอนของ องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถ้ามีเวลาอยากให้พวกเราลองศึกษากันบ้างนะครับ เพราะว่าสามารถช่วยในการดำเนินชีวิตของเราได้เป็นอย่างดี ถ้าใครศึกษาได้มากก็จะเข้าใจความเป็นจริงได้มาก และก็สามารถใช้ชีวิต ในทางที่ถูก และอย่างไม่ทุกข์ ได้มากกว่าคนอื่นๆ |